ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยถึงชอบรอคิวนานๆ แถมติดหวาน?

นี่คือสิ่งที่ ‘Bill Sida’ หนุ่มลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กที่เคยทำงานอยู่ในบริษัทน้ำผลไม้รายใหญ่ของโลกสงสัย เพราะสิ่งที่เขาสังเกตคือ บ่อยครั้ง คนไทยตัดสินว่าร้านไหนดีหรือไม่ดีจากคิวที่ยืนรออยู่หน้าร้าน
นอกจากนี้ ในฐานะที่ Bill เคยเตะฟุตบอลให้สโมสรแห่งหนึ่งในไทย เขาเล่าว่า ณ ตอนนั้น ไม่รู้เลยว่าจะไปหาเครื่องดื่มที่มีโภชนาการดีๆ จากไหน เพราะหลายร้านในไทยชอบใส่น้ำตาลผสมเข้าไป
ด้วยเหตุนี้ Bill ร่วมกับ ‘นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน’ และ ‘กฤต ธนวิพุธ’ แห่ง BEANS Coffee Roaster จึงก่อตั้ง ‘BIBI’ (บีบี้) แบรนด์น้ำผลไม้สดผสมคาเฟอีนขึ้นมา โดยเป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้เครือเดียวกันกับ BEANS
“เราอยากเป็น First Mover หรือหัวแถว เลยเป็นที่มาว่าเราอยากทำ ‘Juicefee’ (Juice + Coffee) ความหมายคือข้างล่างเป็นน้ำผลไม้สกัดเย็น และจะท็อปด้วยชาไทย ชาเขียว หรือกาแฟ” กฤตกล่าว
ทำไมกาแฟผลไม้ถึงมีแค่กาแฟน้ำมะพร้าวและกาแฟส้ม?

บางคนอาจมองว่าน้ำผลไม้ผสมกาแฟอาจไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ซึ่ง ‘นุ้บ’ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEANS Coffee Roaster ก็บอกว่า จริงๆ แล้ว Beans มีกาแฟใส่น้ำผลไม้เช่นกัน อาทิ น้ำมะพร้าว หรือน้ำส้ม
แต่มันก็มีอยู่แค่นั้น ทำให้จุดประกายคิดขึ้นมาว่า “แล้วทำไมมันกินได้แค่กับน้ำส้มหรือน้ำมะพร้าวอย่างเดียว กินกับน้ำผลไม้อื่นๆ ไม่ได้เหรอ?” จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการก่อตั้ง BIBI ซึ่งกว่าจะคิดเมนูหนึ่งสำเร็จ พวกเขาต้องใช้เวลานาน 4-5 เดือนเลย
BIBI จึงถือเป็นแบรนด์น้องใหม่แกะกล่องเลย เพราะเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ชั้น G สยามพารากอน ในราคาเริ่มต้นเพียง 95 บาท โดยกฤตมองว่า ผลตอบรับค่อนข้างดี แต่ดีได้กว่านี้อีก
ด้วยความที่เป็นเครื่องดื่มแบบ Juicefee ซึ่งใหม่มากสำหรับไทย BIBI เลยต้องใช้เวลาในการแนะนำตนเองให้ผู้บริโภคเข้าใจก่อนว่าพวกเขาคือใครและอยากส่งมอบอะไรให้กับตลาด
กฤตอธิบายว่า ทุกวันนี้ คนยังเข้าใจว่า BIBI คือร้านขายน้ำผลไม้ ซึ่งแม้จะมีบางเมนูที่เป็นน้ำผลไม้ล้วนๆ เลยก็จริง แต่พวกเขาอยากเป็น “Cold-Pressed with Caffeine Kick” โดยมีเมนูซิกเนเจอร์คือ
- Cloud of Coffee: เครื่องดื่มที่ผสานแอปเปิลเขียวและฝรั่ง ท็อปด้วยมะม่วง ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวหวาน ก่อนปิดท้ายกับโฟมกาแฟนุ่มด้านบน
- Thai Twister: เครื่องดื่มที่ผสานสับปะรดกับแอปเปิลแดง ให้รสชาติเปรี้ยวหวานธรรมชาติ ท็อปด้วยความซ่าของขิงมะนาว และความหอมละมุนของชาไทย
- Island Matcha: เครื่องดื่มที่ผสานสับปะรด น้ำช่อดอกมะพร้าว และดอกอัญชัน ให้รสชาติสดชื่น แล้วท็อปด้วยพลังของมัตฉะ
สำหรับเมนูไหนที่เป็นน้ำผลไม้สกัดเย็นล้วนๆ BIBI ก็มีตัวเลือกในการเติมส่วนผสมของคาเฟอีนเข้าไป เช่น Coffee Shot, Coffee Foam, Matcha Shot และชาไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แบบลงตัว
เน้นไว เน้นเฮลตี้ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

ยังจำข้อสงสัยของ Bill ก่อนหน้านี้ได้ไหม ทั้งเรื่องพฤติกรรมการชอบต่อคิวยาวๆ และต่อมรับรสที่ติดหวานของคนไทย นั่นล่ะ คุณจะไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นที่ BIBI เลย
กฤตเล่าว่า เดิมทีในตอนแรกที่มีแค่เขากับนุ้บสองคน ไม่ว่าจะทดลองกี่เมนู ผลลัพธ์ที่ออกมาคือติดหวานหมด จนกระทั่ง Bill เข้ามาร่วมด้วยเท่านั้นล่ะ เขาตัดน้ำตาลและน้ำเชื่อมออกหมดเลย เน้นความหวานจากตัวผลไม้ล้วนๆ
ในปีนี้ BIBI ก็มีแผนที่จะคอลแลบกับสตูดิโอออกกำลังกายต่างๆ เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์เพื่อสุขภาพ และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่เฮลตี้ของผู้บริโภคด้วย
ในส่วนของเวลาการทำเครื่องดื่ม BIBI ใช้เวลาแค่ 2 นาทีต่อแก้วเท่านั้น เพราะไม่ต้องการให้ลูกค้ารอนาน โดยพนักงานจะเข้ามาเตรียมวัตถุดิบให้เสร็จตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน
แต่เมื่อทำไวไป กฤตก็มองว่ามันเป็นปัญหาเช่นกัน เพราะพอลูกค้าไม่แน่น คนที่ผ่านไปมา อาจคิดว่า BIBI ขายไม่ดี จนไม่กล้าเข้ามาสั่งซื้อกัน ส่งผลให้ตอนนี้ พวกเขาจึงต้องพยายามหาบาลานซ์ให้เหมาะสม
อยากส่งมอบความสนุกตั้งแต่ชื่อเมนูยันบริการลูกค้า

อีกหนึ่งสิ่งที่ BIBI ให้ความสำคัญคือประสบการณ์ลูกค้า โดยที่นี่จะไม่เรียกพนักงานว่า ‘บาริสต้า’ แต่เรียกว่า ‘Babe’ เพราะพวกเขาคือผู้สร้างประสบการณ์ในการเสิร์ฟทุกแก้ว
Bill กล่าวว่า พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมก่อน ตั้งแต่การสร้างประสบการณ์ลูกค้า การบาลานซ์รสชาติผลไม้ที่จับคู่กับกาแฟ ไปจนถึงเรื่องสุขอนามัย
“เราฝึกให้ทุกคนเข้าใจว่าลูกค้าไม่ได้แค่สั่งน้ำ แต่กำลังเลือกมู้ดของตัวเองในวันนั้น Babe จึงต้องพร้อมเสิร์ฟทั้งรสชาติและพลังงานดีๆ”
ชื่อเมนูของ BIBI ก็มีลูกเล่นเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกไปกับการเลือกทาน เช่น
- My Ex (สับปะรด แอปเปิลแดง และเลม่อน) มอบความสด เปรี้ยว ตัดจบ เหมือนความสัมพันธ์ที่ควรมูฟออน
- First Date (เสาวรส เลม่อน ส้ม แครอท) มอบความหวาน เปรี้ยว น่าตื่นเต้น เหมือนการเริ่มต้นใหม่
- No Drama (ส้ม ฝรั่ง เซเลอรี่ และเคล) กับรสชาตินิ่งๆ ที่สะอาด สมดุล เหมาะกับวันที่ไม่ต้องการความวุ่นวาย
ในปีนี้ BIBI ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง โดยมุ่งเน้นที่โลเคชันในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองเช่นเดิม พร้อมแผนการออกต่างจังหวัดที่กำลังพิจารณา
“กดดันมากกว่าเรื่องเราจะทำยังไงให้ลูกค้าเข้าใจ และมากินตัวที่ส่งมอบสิ่งที่ดีกว่าให้เขา ถามว่าธุรกิจต้องอยู่รอดด้วยผลประกอบการไหม? ใช่ แต่ว่าที่มันมากกว่านั้นคือเราอยากให้สินค้าในไทยมีอะไรใหม่ๆ และดีต่อสุขภาพ” กฤตกล่าว
สุดท้ายนี้ คุณคิดว่าการเข้ามาของ BIBI จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนไทยลดหวานและหันมาสนใจสุขภาพตนเองได้ง่ายขึ้นไหม?
หรือพวกเราจะยังต้องการแค่ของหวานๆ คิวยาวๆ เหมือนเดิม?
- ไทยกำลังกลายเป็น ‘สังคมอ้วนเร็ว-อ้วนแรง’ รพ.บำรุงราษฎร์บอก ประเด็นไม่ใช่เรื่องรูปลักษณ์ แต่เป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรง-เสี่ยงโรคเรื้อรัง
- วิจัยเผย Gen Z = เฮลตี้ที่สุด รักสุขภาพ ชอบกินอาหารดีๆ เข้า ‘ฟิตเนส’ บ่อย จนเหมือน ‘บ้าน’
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา