Home Article รองเท้าหนัง ไม่ได้ใส่แค่ออกงาน แต่ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ‘Berwick 1707’ แบรนด์รองเท้าสัญชาติสเปน เปิดสาขาแรกในไทยแล้ว ที่ Central Embassy

รองเท้าหนัง ไม่ได้ใส่แค่ออกงาน แต่ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ‘Berwick 1707’ แบรนด์รองเท้าสัญชาติสเปน เปิดสาขาแรกในไทยแล้ว ที่ Central Embassy

รองเท้าหนังไม่จำเป็นต้องทางการอย่างเดียว เพราะเดี๋ยวนี้จะใส่เป็นรองเท้าแฟชั่น หรือใช้ในชีวิตประจำวันก็ยังได้

นี่คือ Berwick 1707 แบรนด์รองเท้าหนังสัญชาติสเปน หลังจากขยายสาขาจนโด่งดังในเกาหลีและญี่ปุ่น วันนี้ขอเลือกไทยเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย เปิดออฟฟิเชียล สโตร์ แห่งแรกที่ Central Embassy

พร้อมชูเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในการเป็นรองเท้าหนังแบบพรีเมียม ที่ราคาเข้าถึงได้ เจาะเทรนด์ Accessible Luxury ที่กำลังเติบโตในประเทศไทยโดยเฉพาะ

เริ่มต้นขายในร้านมัลติแบรนด์ เห็นโอกาสโตในประเทศไทย

การเปิดออฟฟิเชียล สโตร์ นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Berwick 1707 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย 

อภินันท์ นิธิวานิช กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร บริษัท ทีพี รีไฟน์เม้นท์ จำกัด (TP REFINEMENT) ผู้นำเข้าลิขสิทธิ์แบรนด์ Berwick 1707 เล่าย้อนกลับไปเมื่อช่วง 6 ปีก่อน แบรนด์ Berwick 1707 ถูกนำมาจำหน่ายภายในร้านมัลติแบรนด์ ที่มีชื่อว่า Refinement

สินค้าภายในร้านคือแบรนด์นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า เครื่องหนัง เสื้อผ้า สูท และเสื้อเชิ้ต โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เครื่องแต่งกายของสุภาพบุรุษ

จากสินค้าที่หลากหลายภายในร้าน รองเท้าหนังของ Berwick 1707 สามารถสร้างความนิยมจนติด Top 3 สินค้าที่ทำยอดขายมากที่สุดของร้าน 

เมื่อเห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ที่สามารถต่อยอดได้ จากโอกาสของตลาดรองเท้าหนังคุณภาพสูง ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจสินค้าเครื่องหนังและการแต่งตัวมากขึ้นจนทำให้มีการตอบรับที่ดี

หลังจากที่ติดต่อกับทางแบรนด์มานาน ในที่สุดก็สามารถนำเข้าลิขสิทธิ์ของแบรนด์ และเปิดออฟฟิเชียล สโตร์ แห่งแรกของไทยเมื่อ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา บนพื้นที่ขนาดประมาณ 70 ตารางเมตร ด้วยเงินลงทุน 20 ล้านบาท 

รองเท้าหนังจากสเปน ผลิตในยุโรป 100%

สิ่งที่เป็นจุดเด่นอยู่ที่การผลิตและความพรีเมียม รองเท้าโดยทั่วไปเมื่อใช้งานจนถึงจุดหนึ่งก็อาจตัดสินใจเปลี่ยนใหม่ แต่ Berwick 1707 เลือกใช้โครงสร้างรองเท้าแบบ ‘Goodyear Welted’ ที่ให้ความแข็งแรง และรองรับการซ่อมเปลี่ยนพื้นรองเท้าหลังการใช้งาน

โดยรองเท้าแต่ละคู่จะผ่านกระบวนการผลิตไม่น้อยกว่า 200 ขั้นตอน ตั้งแต่การตัด เย็บ ประกอบ ไปจนถึงการตกแต่ง โดยผสมทั้งงานฝีมือและเครื่องจักรเฉพาะทาง

ทำให้รองเท้าไม่ได้เป็นเพียงสินค้าแฟชั่นที่มีอายุการใช้งานแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่สามารถดูแล ซ่อม และเปลี่ยนพื้นรองเท้าใหม่เพื่อยืดอายุการใช้งานได้

นอกจากนี้ชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการผลิตรองเท้า ยังผลิตจากโรงงานของตัวเองในประเทศสเปน ทำให้รักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ 

รวมไปถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการรักษาระดับราคาให้ยังคงเข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคนั่นเอง

เจาะเทรนด์ Accessible Luxury ความพรีเมียมที่ยังเข้าถึงได้

การทำการตลาดของ Berwick 1707 คือการรักษาราคาให้ยังจับต้องได้

ด้วยราคาเฉลี่ยของสินค้าอยู่ที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท โดยเริ่มตั้งแต่ 7,000 ไปจนถึง 12,000 จึงยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่าเป็นสินค้าแบรนด์เนมได้ 

คอนเซปต์หลักของแบรนด์ จึงเป็นสินค้า ‘Accessible Luxury’ หรือสินค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ทั้งวัสดุและการผลิต แต่ยังคงราคาที่สมเหตุสมผล จับต้องได้ง่ายกว่า

ซึ่ง อภินันท์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ตลาด Accessible Luxury ในประเทศไทยยังคงมีศักยภาพและมีความต้องการในสินค้ากลุ่มนี้อยู่เยอะ

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่สนใจแบรนด์รองเท้า แต่ยังไม่อยากที่จะจ่ายในราคาแพง แต่ขณะเดียวกันก็อยากได้ความคุ้มค่า มาจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญก็คือราคา

ด้วยราคาเฉลี่ยที่ยังต่ำกว่าหนึ่งหมื่น ทำให้มีโอกาสที่จะซื้อซ้ำได้ง่ายขึ้น รวมถึงเปลี่ยนได้บ่อยกว่าสินค้าแบรนด์เนม 

การวางตำแหน่งทางการตลาดของ Berwick 1707 จึงไม่ใช่การเป็นรองเท้าหนังที่ถูกกว่า แต่เป็นการสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงรองเท้าที่มีการผลิตและใช้วัสดุพรีเมียมได้ง่ายขึ้น

ไม่ใช่แค่รองเท้าทางการ เติมความหลากหลาย ให้สวมได้ในชีวิตประจำวัน

หากพูดถึงรองเท้าหนัง หลายๆ คนอาจจะติดภาพของความเป็นทางการ คลาสสิก ต้องสวมคู่กับชุดสูท หรือหาโอกาสใส่ได้ยาก

แต่สำหรับ Berwick 1707 เลือกออกแบบสินค้าให้มีความหลากหลาย ตั้งแต่รองเท้าหนังแบบ Oxford, Derby, Monk Strap ไปจนถึง Loafers และ Chelsea Boots 

ทำให้รองเท้าหนังไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่การออกงานทางการ หรือ Classic Menswear แต่ยังมีความ Casual และเป็นแฟชั่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถสวมได้ในหลายโอกาส รวมไปถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน

กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์มีตั้งแต่ช่วงวัย 25 ปี ไปจนถึงอายุ 40 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการแต่งกาย และต้องการสะท้อนตัวตนผ่านรองเท้าที่เลือก 

โดยมีตั้งแต่คนที่เพิ่งเริ่มทำงาน อาชีพต่างๆ ที่ต้องการสวมรองเท้าที่เพิ่มความมั่นใจ สายแฟชั่น ไปจนถึงกลุ่ม Wedding หรือรองเท้าแต่งงาน ที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ไม่แพ้กัน 

รองเท้าหนังก็เป็นเรื่องของผู้หญิง

การเปิดออฟฟิเชียล สโตร์ ในไทยเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย ยังมีความแตกต่างจากประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น คือสัดส่วนสินค้ารองเท้าผู้หญิง

สำหรับทั้ง 2 ประเทศก่อนหน้านี้ อภินันท์ ได้เล่าว่าฐานลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ทำให้สัดส่วนระหว่างรองเท้าผู้ชายและผู้หญิงจะอยู่ที่ราว 80:20

แต่เมื่อเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่ที่ยังจำหน่ายในร้าน Refinement กลับพบว่ามีผู้หญิงเข้ามาถามหารองเท้าและไซส์มากขึ้นเรื่อยๆ 

ทำให้แบรนด์หันมาทำรองเท้าทรงสนีกเกอร์ และรองเท้าหนังในชีวิตประจำวันสำหรับผู้หญิงมากขึ้น จนปัจจุบันสัดส่วนสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทยของรองเท้าผู้ชายและผู้หญิงอยู่ที่ 60:40 จากสินค้าทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150 SKU 

โดยสัดส่วนระหว่างทั้งสองกลุ่ม คาดว่าจะเพิ่มเป็น 50:50 ภายในปี 2027 นี้ 

วางเป้าสู่ 7 สาขา ภายในปี 2572

สำหรับสาขาแรกในประเทศไทย นอกจากสินค้าที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายแล้ว Berwick 1707 ยังเน้นการสร้างประสบการณ์เพื่อลูกค้า ทั้งบริการ Professional Fitting เพื่อช่วยเลือกขนาดและหุ่นรองเท้าที่เหมาะกับผู้สวมใส่ บริการดูแลรักษา และ Berwick Repair Center 

รวมถึงเปิดตัว Berwick Thailand Membership ระบบสะสมคะแนน สินค้าพิเศษ และกิจกรรมสำหรับสมาชิก รวมไปถึงสินค้าที่จัดทำเฉพาะสำหรับตลาดประเทศไทย

โดยในอนาคตได้มีการวางแผนขยายสาขาของ Berwick 1707 ออกเป็น 7 สาขาภายในปี 2572 เพื่อรองรับลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และเข้าถึงทำเลต่างๆ ได้กว้างขึ้น

โดยสาขาที่ 2 มีแผนจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ ที่ห้างสรรพสินค้า EmQuartier และสาขาต่อไปภายในเดือนเมษายน ปี 2570 แต่จะเป็นที่ไหนนั้นต้องติดตามกันต่อไป 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา