กรุงศรีฯ มองเศรษฐกิจไทยปี 62 จะโตต่อเนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศดี

นักวิเคราะห์หลายฝ่าย รวมถึงหน่วยงานเศรษฐกิจของไทยมองว่าปีหน้าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะโตชะลอตัวลง แต่จะมีลุ้นดีขึ้นจากปัจจัยอะไรบ้าง?

ภาพจาก Shutterstock

ปี 2562 เศรษฐกิจไทยยังดีโตต่อเนื่องจากปีนี้

สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บอกว่า ปี 2562 เศรษฐกิจไทยจีดีพีจะเติบโตที่ 4.1% ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 4.3% เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายด้านได้แก่

  • การใช้จ่ายภายในประเทศ เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะการลงทุนภาคเอกชนเริ่มเป็นขาขึ้น เห็นได้จากอัตราการผลิตหลายอุตสากรรมเพิ่มสูงในรอบหลายปีและรัฐเร่งเอกชนให้ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP fast track)
  • ความชัดเจนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 2.81 แสนล้านบาท ในปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561
  • การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าไทยมากขึ้นเพราะบางบริษัทย้ายฐานการลงทุนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจาก Trade War
  • การบริโภคภาคเอกชน ยังมีแรงส่ง จากรายได้ภาคเกษตร และค่าจ้างนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเม็ดเงินภาครัฐกระจายในหลายกลุ่มเช่น เกษตรกร ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อยและ SME ทำให้การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเพิ่มขึ้น
  • การท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปี 2561
ภาพจาก Pixabay

ปัจจัยที่ต้องจับตามองการส่งออกไทยโตชะลอตัว-กนง. ขึ้นดอกเบี้ยแตะ 2%

ทว่าการส่งออกของไทยปี 2562 จะเติบโต 4.5% ถือว่าชะลอตัวเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักเพราะภวะเศรษฐกิจโลกผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และได้รับผลกระทบจาก Trade war แต่การส่งออกยังมีลุ้นหากการค้าในเอเชียยังสูงจะส่งผลดีกับไทยด้วย

เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยดูเติบโตต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อจึงขยับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปี 2562 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.5% จากปี 2561 อยู่ที่ 1.1% ทางวิจัยกรุงศรีมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสูงระดับปกติ ช่วงเดือนมี.ค. 2562 คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 2.0% เพื่อให้สอดคล้องกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจ

สรุป

เศรษฐกิจไทยปี 2562 แม้โตชะลอตัวก็ดีกว่าติดลบ เพราะมีปัจจัยบวกหลายอย่างเช่น การลงทุนเอกชน ภาครัฐเห็นมากขึ้น ส่วนรายย่อยอาจจะมีเงินมากขึ้น เพราะเมื่อรัฐเบิกจ่ายได้ เงินก็ไหลเข้าสู่ระบบ

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา