เจาะลึก “ออโรร่า ดีไซน์ (AURA)” ร้านทองที่โตได้แม้เศรษฐกิจผันผวน เสนอขาย Perpetual Bond ดอกเบี้ย 6.50% เปิดจอง 16–18 มี.ค.นี้

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 “ทองคำ” ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติของการเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง และสามารถรักษาความมั่งคั่งในระยะยาวได้

ในบริบทเช่นนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำจึงกลายเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถต่อยอดโมเดลธุรกิจได้ครบวงจร หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ผู้ดำเนินธุรกิจ Gold Jewelry Business ภายใต้แบรนด์ AURORA, เซ่งเฮง, ทองมาเงินไป, AURORA Diamond และ ของขวัญ by AURORA และธุรกิจ Gold Financing Business ธุรกิจขายฝากทองคำ ภายใต้แบรนด์ ทองมาเงินไป

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด AURA ระบุว่า โมเดลธุรกิจของ AURA มักถูกอธิบายด้วยแนวคิด “Growth + Defensive + Durable” ซึ่งสะท้อนโครงสร้างธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตได้ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจและตลาดการเงินมีความผันผวน และสะท้อนมาที่ผลการดำเนินงานที่เติบโตแข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง

ถอดสูตรธุรกิจ AURA โมเดลธุรกิจร้านทองที่ “โตได้ทุกสภาวะ” 

นมิติของ Growth การเติบโตของบริษัทมาจากการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มขนาดพอร์ตธุรกิจ ขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” ซึ่งสามารถขยายตัวได้ตามขนาดเงินทุน และสร้างรายได้ดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน Defensive ธุรกิจทองคำมีลักษณะเฉพาะที่สามารถได้รับประโยชน์จากความผันผวนของราคาทอง เนื่องจากรายได้หลักของร้านทองมาจากส่วนต่างราคาซื้อ–ขาย (Spread) ทำให้สามารถสร้างกำไรได้ทั้งในช่วงที่ราคาทองปรับขึ้นหรือปรับลง หากมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น

ขณะที่ในมิติ Durable ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ไม่เสื่อมสภาพ และมีตลาดรองรับชัดเจน ทำให้สามารถบริหารสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศยังช่วยสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแรงในระยะยาว

สำหรับภาพรวมธุรกิจของ AURA ครอบคลุมทั้งตลาดทองคำในฝั่ง Primary Market และ Secondary Market โดยในฝั่ง Primary Market บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทองคำในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณกว่า 2.4 ล้านล้านบาท¹ เมื่อเวลาผ่านไป ทองคำที่ลูกค้าซื้อไปเพื่อใช้บริโภคหรือเก็บสะสมในฐานะ Store of Value สามารถกลับเข้าสู่ตลาด Secondary Market ผ่านธุรกิจขายฝากทองคำ ภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Gold Financing ที่มีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านบาท² โมเดลดังกล่าวทำให้ AURA สามารถต่อยอดห่วงโซ่มูลค่าของทองคำได้ครบวงจร ตั้งแต่การขายทองคำ การรับซื้อคืน ไปจนถึงการสร้างสภาพคล่องผ่านบริการขายฝากทองคำ

ข้อมูลอ้างอิง
¹ ประมาณการจากข้อมูลอุตสาหกรรมทองคำและข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ปี 2023 (อัพเดทล่าสุด)
² ประมาณการจากข้อมูลอุตสาหกรรมและการวิเคราะห์ของบริษัท

ผลงานโตต่อเนื่องทำ All-Time High 

ในด้านผลประกอบการที่ผ่านมาของ AURA ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) 

ปี 2566 รายได้จากการดำเนินงาน 29,877.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 850.0 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้จากการดำเนินงาน 33,153.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,134.8 ล้านบาท

ปี 2568 รายได้จากการดำเนินงาน 39,914.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,460.7 ล้านบาท

โดยในปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้น 20.4% และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 28.7% จากปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ (Modern Gold) และธุรกิจ ขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” (Gold Financing) ที่มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก (AR Balance) อยู่ที่ 8,211.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.2% จากปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 AURA มีสาขารวมทุกแบรนด์ 629 สาขาทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 488 สาขา ในปี 2567 และหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาคือการขยายสาขาของธุรกิจ ขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” ซึ่งเพิ่มจาก 40 สาขาในปี 2565 เป็น 310 สาขาในปี 2568 สะท้อนดีมานด์ของบริการขายฝากทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ราคาทองคำจะมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรได้อย่างมั่นคง สะท้อนความสามารถของโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ได้ทั้งในช่วงราคาทองขาขึ้นผ่านการรับซื้อคืน และขายฝาก และในช่วงที่ราคาทองปรับฐานซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายและรอบหมุนสินค้า

ยกระดับโครงสร้างเงินทุน เตรียมเสนอขาย Perpetual Bond 

เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป AURA เตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ครั้งที่ 1/2569

หุ้นกู้ดังกล่าวกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกคงที่ 6.50% ต่อปี และชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยพร้อมสะสมดอกเบี้ยจ่ายได้ตามเงื่อนไขของตราสาร อัตราดอกเบี้ยจะมีการปรับทุก 5 ปี โดยอ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี 

สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ หุ้นกู้ดังกล่าวคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 16–18 มีนาคม 2569 โดยมีมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

ทั้งนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของ AURA ที่ระดับ BBB/Stable และจัดอันดับหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนที่ระดับ BB+/Stable

แผนขยายศักยภาพธุรกิจทองครบวงจรในระยะยาว

บริษัทระบุว่า วัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต เตรียมพร้อมกับการขยายทั้งธุรกิจค้าปลีกและขยายพอร์ตธุรกิจขายฝากทองคำ ซึ่งมีทองคำเป็นหลักประกัน และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการบริหารโครงสร้างหนี้บางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนทางการเงิน

ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่าของทองคำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประกอบกับการบริหารเครือข่ายสาขาและพอร์ตขายฝากทองคำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ AURA ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านทองไทยที่สามารถเติบโตได้ในหลายสภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา