บล.เอเชียพลัสชี้ตลาดหุ้นไทยและโลกผันผวนสูง แนะลงทุน 13 หุ้น-กองทุนปันผลสูง

ทั่วโลกมีความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและไทยทั้งมิติด้านราคาผันผวนต่อเนื่อง หนึ่งในทางออกของนักลงทุนคือ มองการลงทุนในระยะยาวมากขึ้นเพื่อลดความผันผวนในระยะสั้น

บล. ASP คัดเลือกหุ้นที่มีเงินปันผล และกองทุนรวมที่มีผลตอบแทนดีมาให้เลือกลงทุน

ภาพจาก Shutterstock

ฝ่ายวิจัย บล.เอเชียพลัส (ASP) บอกว่า ในช่วงตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง การลงทุนในหุ้นปันผลสูง ความผันผวนต่ำ จะทำให้นักลงทุนได้รับผลกระทบน้อยกว่าเมื่อตลาดปรับฐาน (ราคาในตลาดหุ้นปรับตัวลดลง) ทั้งนี้ ASP ใช้คัดกรองหุ้นที่เป็นหลุมหลบภัย ช่วงโลกกำลังผันผวน ได้แก่

  • Dividend Yield (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล) มากกว่า 3.29% ต่อปี (โดย 3.29% มาจากคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลของทั้งตลาดในปี 62 นี้)

• จากข้อมูลในปี 2561 มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล, ราคาหุ้นมี upside มากกว่า 5%

• มีค่า Beta (เครื่องมือที่ใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์) น้อยกว่า 1

ทั้งนี้มีหุ้น 13 ตัวที่เข้าข่ายการคัดกรองข้างต้น แบ่งเป็นกลุ่มธนาคาร ได้แก่ KKP, BBL, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ DRT, DCC, SCCC กลุ่ม ICT ได้แก่  INTUCH, ADVANC, และอื่นๆ ได้แก่ LHMCS, PYLON, MAJOR, M, EASTW

ที่มา บล.เอเชียพลัส

อย่างไรก็ตามการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มีหลายกองที่น่าสนใจ เพราะปันผลสูงกว่า 6% ต่อปี ซึ่งกองทุนที่คาดว่าจะมีรอบการจ่ายปันผลในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 62 ได้แก่ JASIF, DIF, POPF

“เราเลือก JASIF เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคาประเมินเพียง 5% เท่านั้น, Premium ต่ำ กว่ากลุ่มมาก, คาดหวัง Dividend Yield ได้สูงถึง 8.5% ต่อปี และเป็นกองประเภท Freehold ทำให้ NAV ไม่ถูกลดทอนตามอายุโครงการที่ใกล้หมดลง”

สรุป

หุ้นที่มีเงินปันผลสูงก่อนลงทุน ต้องเลือกดูจากราคาและทิศทางของธุรกิจในหุ้นตัวนั้นให้ดี เพราะบางกรณีบริษัทจ่ายผลตอบแทนสูงเพื่อชดเชยราคาหุ้นที่ตกลงมาก

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา