ศึก E-Commerce เดือด: Amazon ปะทะ Alibaba แย่งผู้ค้าในเวียดนาม ดันสินค้าคุณภาพไปทั่วโลก

ดูเหมือนว่าตลาดเวียดนามจะมาแรงไม่หยุด เพราะล่าสุด Amazon หันมาให้ความสนใจเวียดนามเตรียมดึงผู้ผลิตเข้าแพลตฟอร์มเพื่อส่งขายสินค้าไปทั่วโลกมากยิ่งขึ้น 

แต่การแข่งขันในตลาด E-Commerce จะดุเดือดมากขึ้น เพราะเวียดนามคือตลาดที่ Alibaba แพลตฟอร์มระดับท็อปของจีนทำตลาดอยู่ก่อนแล้ว และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการแข่งขันมากที่สุดคือผู้ส่งออกของเวียดนาม 

amazon

Amazon เตรียมทำตลาดในเวียดนามจริงจัง

Amazon แพลตฟอร์ม E-Commerce ระดับโลกเตรียมทำตลาดในเอเชียโดยมีเวียดนามเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Amazon Global Selling หน่วยธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการของ Amazon เปิดสำนักงานในกรุงฮานอย เพิ่มเติมจากสาขาในนครโฮจิมินห์ที่มีอยู่เดิม เพื่อช่วยเหลือและให้การอบรมผู้ขายที่สนใจจะส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก

ทาง Amazon กล่าวว่าเวียดนามคือตลาดที่เติบโตเร็ว มียอดขายสินค้าในแพลตฟอร์มมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (31.36 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา โตขึ้นสามเท่าจากปีก่อนหน้าก่อนหน้าในช่วงที่ยังไม่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด

เพราะสินค้าเวียดนามมีคุณภาพ และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน 

สาเหตุที่ Amazon หันมาสนใจตลาดเวียดนาม ส่วนหนึ่งเพราะเวียดนามเป็นแหล่งผลิตสินค้าระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กาแฟ ไปจนถึงอาหารทะเล การเข้ามาของ Amazon จะช่วยเร่งการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

Gijae Seong หัวเรือใหญ่ของ Amazon Global Selling ในเวียดนามระบุว่า ผู้ขายจากเวียดนามจะช่วยเติมเต็มทางเลือกในผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์ม Amazon 

เวียดนามมีความได้เปรียบในการผลิต เพราะโรงงานจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากจีนสู่เวียดนามเพื่อหลีกหนีสงครามการค้าที่มีต้นทุนและความเสี่ยง Seong กล่าวเสริม หมายความว่าสินค้าที่ผลิตในเวียดนามจะมีราคาสมเหตุสมผล มีคุณภาพน่าพอใจ เพราะมีการแข่งขันในการผลิตระหว่างโรงงานต่างๆ สูง

การแข่งขันระหว่าง Amazon และ Alibaba ส่งผลดีต่อส่งออกเวียดนาม

ก่อนที่ Amazon จะให้ความสนใจจริงจังในตลาดเวียดนาม Alibaba คือแพลตฟอร์ม E-Commerce รายใหญ่ที่เปิดให้รายย่อยเข้ามาสินค้าในรูปแบบเดียวกับ Amazon 

Alibaba มีบริการให้ความช่วยเหลือผู้ค้ารายเล็กแบบเดียวกับ Amazon Global Selling โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เวียดนาม จัดอบรมเพื่อให้ผู้ค้าสามารถเข้ามาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไม่ติดขัด รวมถึงมีจัดการอบรมเพื่อให้ผู้ขายคุ้นชินกับค้าปลีกยุคใหม่

ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่สุดจากสงคราม E-Commerce ครั้งนี้ ก็คือผู้ค้าเวียดนาม

ที่มา – Nikkei Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา