เศรษฐกิจจีนจะโตขึ้นอีก หาก AI เข้ามามีบทบาท หลังประสบปัญหาโตช้า เพราะขาดทรัพยากรคน

แม้เศรษฐกิจจีนยังเติบโตอยู่ เช่นปี 2559 ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 6.7% แต่ 6 ปีที่ผ่านมาค่านี้ลดลงเรื่อยๆ โดยปัจจัยสำคัญมาจากการขาดแคลนแรงงานคน ทำให้ AI กลายเป็นจุดสนใจ และน่าจะช่วยแก้วิกฤตินี้ได้

ภาคการผลิต, การเกษตร และค้าปลีกได้ประโยชน์

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น Artificial Intelligence หรือ AI จะยิ่งมีประโยชน์ถ้าในประเทศนั้นๆ ขาดแคลนประชากรวัยแรงงาน เพราะในอนาคตตัว AI จะฉลาดมากขึ้น สามารถส่งข้อมูลถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับต้นทุนทางเทคโนโลยีที่ถูกลง ทำให้ AI กลายเป็นสิ่งที่หลากหลายธุรกิจเอื้อมถึงได้มากกว่าเดิม

Adam Burden global lead for advanced technology & architecture ของ Accenture เล่าให้ฟังว่า ในประเทศจีนจะมีอุตสาหกรรมการผลิต, การเกษตร และค้าปลีก นำ AI ไปติดตั้ง และพัฒนาใช้งาน เพื่อยกระดับธุรกิจให้ดีกว่าเดิม แม้ตัวภาคการผลิตจะมีการใช้อยู่บ้างแล้วก็ตาม

หุ่นยนต์ทำอาหารต้นแบบ (ภาพ Wired UK)

“ก่อนหน้านี้การใช้หุ่นยนต์ในภาคการผลิตนั้นเป็นแค่งานระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ในอนาคต IoT หรือ Internet of Things จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และช่วยเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ เข้ากับ AI เพื่อพัฒนาให้ทำงานที่ยากๆ กว่าเดิมได้ ซึ่งนั้นเท่ากับยกระดับภาคการผลิตขึ้นมาโดยอัตโนมัติ”

ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย AI

ไม่ใช่แค่ฝั่งการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศจีน แต่ AI จะถูกประยุกต์ใช้ในกลุ่ม Health Care เช่นการรับผิดชอบหน้าที่ง่ายๆ ในโรงพยาบาลแทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ กับแพทย์พยาบาล สามารถนำเวลาเหล่านี้ไปดูแลผู้ป่วย หรือกรณีฉุกเฉินได้มากขึ้น ซึ่งรับกับเทรนด์การเข้าสู่สังคมสูงอายุเช่นกัน

สำหรับการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ จะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มรวมของประเทศจีน หรือ GVA (Gross Value Added) ในปี 2578 อีก 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 209 ล้านล้านบาท คิดเป็น 19% ของ GVA ในประเทศจีนขณะนั้น

สรุป

การใช้งาน AI น่าจะเป็นทางออกของประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นอย่างดี เพราะเมื่อ AI ฉลาดมากขึ้น การเข้ามาทำงานทดแทนมนุษย์ แถมบางครั้งยังช่วยดูแลมนุษย์ได้ด้วยตามที่บอกไปข้างต้น ดังนั้นการลงทุนในเรื่องนี้ก็คงคุ้มค่า ส่วนประเทศไทยก็คงต้องเร่งหน่อย เพราะทุกวันนี้ก็ประสบปัญหาเรื่องคนมาระยะหนึ่งแล้ว

อ้างอิง // South China Morning Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments