เจ้านายเกรี้ยวกราดมักจะได้ดี หรือบทผู้ร้ายจะช่วยให้ก้าวหน้าในการทำงาน

เจ้านายในฝันของคุณเป็นแบบไหน เข้าอกเข้าใจ รับฟัง รอบรู้ มีไหวพริบ แล้วในทางกลับกันล่ะ หากเป็นเจ้านายในฝันร้าย คนแบบไหนที่คุณไม่อยากทำงานด้วย? เพราะการทำงานกินเวลาเกินกว่าครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ แทบจะเป็นเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเรา การรับมือกับหัวหน้าในฝันร้ายกลายเป็นอีกความน่าเบื่อเมื่อต้องไปเยือนออฟฟิศ

แต่ทำไมกันนะ เจ้านายตัวร้าย มักจะได้ดีอยู่เสมอ มีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลังความเกรี้ยวกราดที่ช่วยเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ

งานวิจัยจาก University of British Columbia ตีพิมพ์บน Journal of Personality and Social Psychology พบว่า คนที่แสดงออกถึงนิสัยชอบควบคุม บงการผู้อื่น มักจะถูกเลือกให้เป็นผู้นำ และผู้นำที่มีความเกรี้ยวกราดก็มักจะได้ตำแหน่งสูงขึ้น เพราะนิสัยเหล่านี้ทำให้เขาโดดเด่น

อาจด้วยหน้าที่ของการเป็นหัวหน้า ต้องดูแลคนในทีมให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ ต้องอาศัยทักษะในการควบคุมคน บ้างก็ใช้ไม้นวม บ้างก็ใช้ไม้แข็ง แต่โดยรวมแล้ว เป้าหมายของเจ้านายตัวร้าย คือ ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งทักษะอะไรเหล่านี้ก็มักจะเกี่ยวโยงกับพฤติกรรมร้าย ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น เจ้ากี้เจ้าการ เกรี้ยวกราด ปากร้าย มาตรฐานสูง เป็นต้น

เจ้านายตัวร้ายมักเชื่อว่า หากไม่ลงแส้ม้าก็จะไม่วิ่ง จึงพยายามผลักดันให้ทุกคนต้องลงแรง ทุ่มเทกายใจให้เท่าหรือมากกว่าเขา เพื่อแสดงประสิทธิภาพในการทำงาน ยิ่งเข้มงวด ยิ่งเชื่อฟัง เจ้านายเจ้ากี้เจ้าการจึงจัดการทีมได้อยู่หมัด

แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นข้อเสียไปทั้งหมด ความเกรี้ยวกราดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนในทีมเพียงอย่างเดียว หมายความว่าเจ้านายตัวร้ายคนนี้ สามารถมีลูกล่อลูกชนได้อย่างไม่หวาดกลัว เมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์กดดันจากทีมอื่น และจะรักษาผลประโยชน์ของทีมให้ถึงที่สุดเสมอ 

คนที่ได้ประโยชน์จึงเป็นบริษัทที่ได้รับผลลัพธ์ ตัวเลข หรืออะไรก็ตามที่มาจากการขับเคลื่อนของเหล่าพนักงาน ทีมต้องทนอยู่กับเจ้านายเกรี้ยวกราด ไม่ชอบวิธีการพูด วิธีการสื่อสาร หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานกับเขา แต่ก็เป็นเจ้านายเกรี้ยวกราดเช่นกัน ที่ผลักดันให้ทีมมาถึงจุดนี้และประเคนผลงานให้บริษัทได้ จึงไม่แปลกที่องค์กรจะรักเจ้านายเกรี้ยวกราดและเลื่อนตำแหน่งให้เขา

ทีนี้ลองย้อนกลับตั้งคำถามกันอีกครั้ง แล้วเจ้านายจำเป็นต้องเกรี้ยวกราดเท่านั้น ถึงจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า?

จริงอยู่ที่เจ้านายเกรี้ยวกราด มักจะเคี่ยวเข็ญให้ลูกน้องทำงานได้ดั่งใจ จนเหมือนกับว่าทั้งเขาและทีมประสบความสำเร็จได้จากการผลักดันของเขานะ แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง มีทั้งสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่น่าอภิรมย์ คอมเมนต์ดุเด็ดเผ็ดมันที่ฝังอยู่ในใจคนฟัง ความไม่พอใจในพฤติกรรมอันเกรี้ยวกราด ค่อย ๆ ก่อตัวในใจของทีม จนกลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่รู้ว่าจะถูกดึงสลักออกในวันไหน

หากมองแค่ในแง่ผลประโยชน์ แน่นอนว่าเจ้านายแบบนี้ดูเหมือนจะดึงประสิทธิภาพในการทำงานของทีมออกมาได้ดีกว่าเจ้านายแสนดี แต่หากมองในแง่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มองพนักงานเป็นคนคนหนึ่งที่มีเลือดเนื้อ มีจิตใจ ความเกรี้ยวกราดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

การเป็นเจ้านายแสนดีก็สามารถนำทีมประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เพราะหัวใจหลักในเรื่องนี้คือการดึงประสิทธิภาพการทำงานของทีมออกมาให้ได้ ให้ทีมมีผลงานที่ดี น่าพอใจ เป็นไปตามเป้าหมาย หากเรามีวิธีอื่นที่ทำได้ก็อาจส่งผลดีกับสภาพแวดล้อมในการทำงานมากกว่า เช่น การเป็นเจ้านายที่เข้มงวด แต่เข้าอกเข้าใจสถานการณ์ รู้ว่าในทีมกำลังเผชิญอยู่กับอะไร เป็นต้น

การเป็นเจ้านายเกรี้ยวกราด หากอยู่ในระดับที่พอหอมปากหอมคอ เพื่อผลักดันทีมให้เดินไปข้างหน้าตามเป้า ไม่ได้ถึงขั้นทำร้ายจิตใจกัน ทำบรรยากาศการทำงานเสีย จนไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย อาจเป็นที่เข้าใจได้ว่านี่คือหัวโขนที่ต้องใส่ หน้าที่ที่ต้องทำ ไม่ได้อยากจะมาเกรี้ยวกราดเพื่อระบายอารมรณ์กับใคร 

สุดท้ายแล้ว การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่แม้แต่เจ้านายก็ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะเราก็คงไม่อยากเป็นเจ้านายในฝันร้ายของใคร

 

อ้างอิง

The Aggressive Leader – Insight Leadership

Why you don’t want a nice boss – BBC Worklife

Assertiveness vs. Aggressiveness: How to be an effective leader? – Risely

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา