หมดยุคเผด็จการ! ผลสำรวจชี้หัวหน้าที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย “มีความยุติธรรม” อันดับหนึ่ง

Adecco บริษัทจัดหางาน เผยผลสำรวจคุณสมบัติของหัวหน้างานที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย จากพนักงานทั้งหมด 4 เจนเนอเรชั่นในองค์กร พบว่ามีความยุติธรรมมาอันดับหนึ่ง

3 เจนต้องการความยุติธรรมมากที่สุด

Adecco ประเทศไทย ได้เผยผลสำรวจในหัวข้อ “หัวหน้าแบบไหนที่ลูกน้องคนไทยอยากทำงานให้” โดยจากการสำรวจกับพนักงานในหลายองค์กร หลากเจนเนอเรชัน จำนวน 2,076 คน แบ่งเป็นกลุ่ม Baby Boomer 2% Gen X 36% Gen Y 58% และ Gen Z 4% พบว่าคุณสมบัติของหัวหน้าที่ลูกน้องทั้ง 3 เจนต้องการมากที่สุด คือ “มีความยุติธรรม” ส่วนคน Gen Z ต้องการการรับฟังความเห็นมากที่สุด

ความยุติธรรมที่ต้องการในที่นี้โดยส่วนใหญ่หวังให้หัวหน้าให้ความเสมอภาคกับทุกคนในทีม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง แต่ควรตัดสินคนจากผลงานและความถูกต้อง ส่วนคุณสมบัติรองลงมาคือ “สื่อสารชัดเจน” “มีเหตุผล” “ไม่เอาเปรียบลูกน้อง” “ให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง” ตามลำดับ

ความน่าสนใจของผลสำรวจนี้ก็คือ “หัวหน้า” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานอยู่กับองค์กร หรือออกจากองค์กร บางคนเจอหัวหน้าที่ดี รับฟังลูกน้องสม่ำเสมอ ก็ทำให้ลูกน้องอยากอยุ่กับองค์กรนานๆ แต่ถ้าใครที่เจอหัวหน้าในแบบที่ตนเองไม่ชอบ ก็ส่งผลทำให้อยากลาออกได้เหมือนกัน

การรักษาลูกน้องให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งอยู่ในยุคที่นายจ้างต้องง้อลูกจ้างแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องเรีบนรู้ในการรักษาคนอย่างมาก เพราะการที่องค์กรปั้นคนเก่งๆ คนหนึ่งแล้ว และเขาเกิดลาออกก็ส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างมากเช่นกันทั้งในการหาคนใหม่ การฝึกอบรม ผลกระทบเป็นลูกโซ่

เพราะฉะนั้นหัวหน้าจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเองเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และรับความต้องการของลูกน้องในทีมมากขึ้น

ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค – ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย กล่าวว่า

“เป็นที่ทราบกันดีว่าหัวหน้ามีส่วนสำคัญต่อการที่ลูกน้องจะตัดสินใจลาออกหรืออยู่ต่อกับองค์กร ดังนั้นความท้าทายของผู้นำในยุคนี้นอกจากการบริหารงานแล้ว การบริหารคนก็สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งในปัจจุบันที่คนหนุ่มสาวยุค Millennial หรือ เจเนอเรชัน Y และ Z ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในองค์กรด้วยแล้ว ผู้นำจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอัพเดทตัวเองอยู่เสมอ ทำตัวให้ทันสมัย เปิดใจกว้างรับความคิดใหม่ ๆ และสนุกกับการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงเทรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือ ด้านการบริหารคน”

คนรุ่นใหม่ชอบหัวหน้าที่รับฟัง สั่งงานชัดเจน ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

เมื่อเจาะลึกไปในแต่ละเจนเนอเรชัน ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ต้องการทำงานกับหัวหน้าที่รับฟัง มีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็นและความสามารถ มีการสั่งงานที่ชัดเจน ไม่เอาเปรียบลูกน้องโดยเฉพาะเรื่องเวลาการทำงาน เคารพเวลาส่วนตัว และไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกน้องมากเกินไป เพราะลูกน้องในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลและอิสระในการทำงาน ขณะที่ลูกน้องที่มีความอาวุโสจะให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ชอบผู้นำที่เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ และรู้จักให้เกียรติลูกน้อง

  • Baby Boomers

กลุ่มคน Baby Boomers คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2488-2507 คนเจนนี้เริ่มเหลือน้อยในองค์กรแล้ว เพราะเริ่มเกษียณตัวเองแล้ว คนกลุ่มนี้จะมีคาแรคเตอร์ขยัน ทุ่มเท ทำตามกฎกติกา มีความจงรักภักดีสูง จริงจังในการทำงาน ไม่ค่อยเปลี่ยนงานเพราะต้องการความมั่นคง

หัวหน้าที่คนกลุ่มนี้ต้องการก้คือมีความยุติธรรมมาเป็นอันดับหนึ่ง 76.4% รองลงมาคือกล้าคิด กล้าตัดสินใจ 64.71% มีเหตุผล 61.76% รักษาคำพูด 61.76% และรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง 58.82%

เนื่องจากคนเจนนี้ทุ่มเทเวาลาในการทำงานมาก ให้ความสำคัญกับระบบสายการบังคับบัญชา โดยหัวหน้าที่ต้องทำงานกับลูกน้องเจนนี้ต้องมีภาวะผู้นำสูง ตัดสินใจรอบคอบ มีความเด็ดเดี่ยว และต้องระวังเรื่องการ Feedback การทำงานของลูกน้อง ควรมีศิลปะในการแนะนำ เน้นที่ผลงานเป็นหลัก เนื่องจากคนเจนนี้ไม่ชอบการเสียหน้าอย่างมาก

  • Gen X

คน Gen X คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2508-2523 เรียกว่าเป็นวัยกลางคนแล้ว คนกลุ่มนี้เริ่มเห็นในระดับหัวหน้าค่อนข้างเยอะ จะมีคาแรกเตอร์ที่มีความปัจเจกบุคคล เน้นความสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิต ใจกว้าง ยอมฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ชอบพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ดี

หัวหน้าที่คนเจนนี้ต้องการยังต้องมีความยุติธรรมเช่นกัน เนื่องจากคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ Work Life Balance มาก มีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่ากลุ่ม Baby Boomers หัวหน้าควรเข้าใจความแตกต่างของคนแต่ละเจน ควรมีความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดในการคิด ตัดสินใจ เคารพสิทธิลูกน้อง

ลูกน้องกลุ่มนี้ยังคาดหวังว่าเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ท้าทายความสามารถ หัวหน้าจะยังคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และเขาจะมีความสุขหากได้รับความชื่นชม

  • Gen Y

คน Gen Y คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2524-2535 เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกเป็นดิจิทัล คาแรคเตอร์จะอารมณ์ร้อน ล้มเลิกกลางคันอย่างง่ายดาย ความอดทนน้อย เกิดมากับเทคโนโลยี ไม่ชอบถูกบังคับ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ แต่ให้คุณค่ากับงานที่มีความหมาย

คนกลุ่มนี้ก็ยังชอบหัวหน้าที่มีความยุติธรรมเช่นกัน รองลงมาคือเรื่องของการสื่อสาร มีเหตุผล ไม่เอาเปรียบลูกน้อง และให้เกียรติ เขาจะให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลอย่างมาก ไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ

ที่สำคัญหัวหน้าที่ทำงานกับลูกน้องกลุ่มนี้ต้องปรับตัวเข้าหาเขา สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความยืดหยุ่น เป็นแบบอย่างที่ดี มีความน่าเชื่อถือ สร้างแรงจูงใจในการทำงาน ควรพูดสนับสนุนเพื่อให้ลูกน้องมีกำลังใจในการทำงาน มีการสื่อสารเรื่องความก้าวหน้าในสายอาชีพให้ชัดเจน เพราะชอบความท้าทายในงาน ถ้าหมดความท้าทายเมื่อไหร่จะไปทันที

  • Gen Z

คน Gen Z คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน เป็นเด็กรุ่นใหม่ล่าสุด บางคนเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน คนกลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี มีสมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะที่ 33 มีอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อนตลอดเวลา จะได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียอย่างมาก มีตัวตนสูง ทำให้เขาชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม

คนกลุ่มนี้ต้องการหัวหน้าที่แตกต่างจากอีก 3 เจนรุ่นพี่ คือต้องการให้หัวหน้ารับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง รองลงมาคือไม่เอาเปรียบ ให้เกียรติ มีการสื่อสารชัดเจน และมีเหตุผล คนกลุ่มนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงเมื่อเทียบกับอีก 3 เจน หัวหน้าที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้ต้องให้อิสระในการทำงานแก่ลูกน้อง แต่ให้คำปรึกษาเมื่อลูกน้องต้องการ และควรนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสื่อสาร

สรุป

ในการทำงานยุคนี้ HR ต้องมีการปรับตัวอย่างหนักมากขึ้น รวมถึงระดับผู้บริหาร หัวหน้าก็ต้องปรับตัวเพื่อรับกับพฤติกรรมของลูกน้องแต่ละเจน ซึ่งองค์กรสมัยนี้มีหลากหลายเจนเนอเรชั่นรวมอยู่ด้วยกัน จำเป็นต้องเรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละเจน เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments