ฉันเป็นคนไทย แน่นอนว่า ฉันชอบกินอาหารญี่ปุ่น?

ท่ามกลางตลาดร้านอาหารในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 6.57 แสนล้านบาท รู้หรือไม่ว่า เสี้ยวหนึ่งในนั้นมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ถึง 5,781 แห่ง
เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงซูชิ ราเมง ชาบู ยากินิกุ ทงคัตสึ หรือข้าวด้งต่างๆ แต่ความจริงแล้ว ในตลาดนี้ ยังมีอีกเมนูหนึ่งที่กำลังเติบโตแบบเงียบๆ ซึ่งก็คือ ‘แฮนด์โรล’
แฮนด์โรลคือซูชิประเภทหนึ่ง แต่ความพิเศษของมันคือขนาดที่ยาวเป็นแท่ง และไม่ควรทำไว้ล่วงหน้า เพราะเมื่อไรที่สาหร่ายถูกม้วนไปกับข้าวแล้ว ความชุ่มฉ่ำก็จะค่อยๆ คลายหายไป ทำให้ความกรอบของสาหร่ายลดลงภายในไม่กี่นาที
ด้วยเหตุนี้ แฮนด์โรลจึงนิยมทำตามออเดอร์ และเมื่อทำเสร็จ ก็เสิร์ฟให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าทันที เป็นคอนเซปต์ที่คล้ายๆ กับโอมากาเสะ
‘KANORI Handroll Bar’ ก็เป็นอีกเจ้าหนึ่งที่เห็นถึงความพิเศษของเมนูนี้ แถมยังเป็นร้านแฮนด์โรลเจ้าแรกในไทยด้วย
ที่มาที่ไปของแบรนด์ KANORI Handroll Bar จะเป็นอย่างไร มาดูกัน
จากแพสชันของสามพี่น้อง สู่ธุรกิจที่ทำรายได้ถึง 400 ล้านบาท

KANORI Handroll Bar เกิดจากแพสชันของสามพี่น้องตระกูล ‘กอบกุลสุวรรณ’ ที่มีต่อซูชิ ซึ่งหลังจากพวกเขาไปเยือนแฮนด์โรลบาร์มาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการนำประสบการณ์ความพิเศษนี้มาให้คนไทยได้ลองบ้าง
ในปี 2023 KANORI Handroll Bar จึงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นร้านแฮนด์โรลแห่งแรกในประเทศไทย โดยเสิร์ฟแบบทำตามออเดอร์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5 สาขาที่เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, ไอคอนสยาม และสุขุมวิท 49
KANORI Handroll Bar เป็นหนึ่งในธุรกิจของ ‘บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด’ ที่สามารถทำรายได้มากถึง 490 ล้านบาทในปี 2025
หากเจาะมาที่ธุรกิจของ KANORI Handroll Bar โดยเฉพาะ ‘ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด บอกว่า แบรนด์นี้ถือเป็นตัวท็อปของเครือเลย เนื่องจากสามารถทำรายได้ราว 400 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา แถมเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2024
ปณิธิกล่าวต่อว่า แค่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 KANORI Handroll Bar ก็สามารถทำรายได้ถึง 116 ล้านบาทแล้ว เติบโตขึ้น 132% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ไม่ได้ขายดีแค่หน้าร้าน แต่เดลิเวอรีก็กวาดรายได้ไปกว่า 42 ล้านบาท

นอกจาก 5 สาขาที่มีอยู่ KANORI Handroll Bar ยังเปิดขายในช่องทางเดลิเวอรีด้วย โดยเป็นแบรนด์แฮนด์โรลที่มียอดขายอันดับ 1 บน ‘GrabFood’ หลังจากสามารถทำยอดขายกว่า 42 ล้านบาทในปี 2025 เติบโตขึ้นมาจากยอดขายเพียง 3.8 ล้านบาทในปี 2024 กว่า 1,000%
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ปี 2026 จะเพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งทาง แต่ยอดขายของ KANORI Handroll Bar ในช่องทางดังกล่าว ก็สูงถึง 43 ล้านบาทแล้ว โดยรวมทั้งยอดขายจากบริการเดลิเวอรีกับบริการจองโต๊ะล่วงหน้าใน Grab
บางคนอาจสงสัยว่าแฮนด์โรลมันควรต้องทานทันทีเลยไม่ใช่หรือ เพราะสาหร่ายจะไม่กรอบ แต่ทำไม KANORI Handroll Bar ถึงยังขายดีในช่องทางเดลิเวอรี?
ทาง KANORI Handroll Bar ก็มีความกังวลเรื่องนั้นเช่นกัน จึงทำการหาข้อมูลกว่า 7-8 เดือนก่อนเปิดขายเดลิเวอรี เพื่อศึกษาหาวิธีคงความกรอบของสาหร่ายให้ได้เหมือนกับนั่งทานที่ร้าน
“เราต้องบินไปที่โรงงานญี่ปุ่น ต้องไปออกแบบแพ็กเกจจิ้งร่วมกับผู้ผลิต สาหร่ายเราซีลในพลาสติกมาตั้งแต่ที่โรงงานญี่ปุ่น ดังนั้น การที่ลูกค้าสั่งเดลิเวอรี จึงเปรียบเสมือนได้สาหร่ายที่ออกมาจากโรงงานเลย สาหร่ายจึงกรอบมากเหมือนทานที่ร้าน” ปณิธิกล่าว
ในปลายปี 2026 KANORI Handroll Bar มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่อีกหนึ่งแห่ง พร้อมบอกว่า เคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้เติบโตได้ท่ามกลางการแข่งขันนั้น มาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติ รวมถึงการสรรหาเมนูใหม่ๆ มาเสิร์ฟตามฤดูกาล
บทความหน้า Brand Inside จะพาไปรู้จักเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ไทยเจ้าไหนอีก รอติดตามได้เลย
- คอนเฟิร์มแล้ว! MAGURO พา Kaiten Sushi Ginza Onodera เปิด ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ กลางปีนี้
- คนเมืองชอบกิน ชาบูหม้อเดี่ยว เพราะสน ‘ประสบการณ์’ มากกว่าราคา Zen Group ส่ง Cyu Shabu เน้นอิ่มแบบมีคุณภาพ วัตถุดิบ-บรรยากาศพรีเมียม
ที่มา: RYU Sushi, KANORI Handroll, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา