
เมื่อการตลาดยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความเร็ว Marketing Platform อย่าง BUZZEBEES จึงขอเดินเกมครั้งสำคัญ ด้วยการนำ AI Engine เข้ามาเป็นแกนกลางของแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างระบบ Marketing Automation ที่สมบูรณ์ในระดับภูมิภาค
ซึ่งจะทำให้แบรนด์พันธมิตรสามารถติดตามสถานะแบรนด์ผ่าน Dashboard อัจฉริยะได้แบบ Real-time โดยระบบจะทำหน้าที่วิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) หากตรวจพบ Pain Points หรือสัญญาณวิกฤต AI จะทำหน้าที่เสนอโซลูชั่นและแคมเปญที่ออกแบบมาเฉพาะราย ช่วยพลิกฟื้นธุรกิจ สร้างยอดขาย และเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ลูกค้า
โดยปี 2568 ที่ผ่านมา BUZZEBEES ปิดรายได้ที่ 3,150 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายของบริษัทในปี 2569 นี้ คือการเติบโต 30% สู่รายได้ 4,000 ล้านบาท
AI คือตัวเปลี่ยนเกม ดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เปิดเผยว่า BUZZEBEES ถือเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนา Digital CRM & Loyalty Ecosystem ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Deep Tech มากว่า 25 ปี เชื่อมโยงหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ FMCG การเงิน ประกันภัย พลังงาน และปิโตรเลียม
แต่ปัจจุบันนี้ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนเกมโลกธุรกิจ BUZZEBEES จึงก้าวต่อไปอีกขั้น ด้วยการนำ AI มารวมเข้ากับความรู้ด้านเทคฯ และต่อยอดเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทรงพลัง
ขณะที่ ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ (MD) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน บริษัทมีฐานข้อมูลผู้ใช้งานในระบบกว่า 20 ล้านบัญชี เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สามารถวิเคราะห์และแนะนำแคมเปญการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Spin-off 2 ธุรกิจใหม่ ขยายการเติบโตแบบ Exponential
อีกหนึ่งแผนธุรกิจที่สำคัญของ BUZZEBEES คือการ Spin-off 2 หน่วยธุรกิจศักยภาพสูงออกเป็นบริษัทใหม่ ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า จากการที่มีโครงสร้างการดำเนินงานที่เฉพาะตัว และมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงมาก โดยธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มได้แก่
- ธุรกิจฝั่ง E-Commerce Enabler (หรือ HIVE)
HIVE เป็นหน่วยธุรกิจที่ช่วยแบรนด์บริหารช่องทางขายออนไลน์ ทั้งบน Brand.com, Shopee และ Lazada จากข้อมูลของบริษัท พบว่า 3 หมวดสินค้าที่มียอดสั่งซื้อสูงสุด ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) สินค้าแม่และเด็ก สุขภาพและความงาม
แม้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ (Average Order Value) ในปี 2568 จะลดลงเหลือประมาณ 547 บาท หรือลดลงราว 15% แต่ธุรกิจยังสามารถทำยอดเติบโตทะลุ 40% ได้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากทีมงานที่มีประสบการณ์และการทำงานในเชิงรุก ทำให้ปริมาณผู้บริโภคและรอบการซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- Mediabuzz
อีกหนึ่งหน่วยธุรกิจที่เติบโตแรงคือ Mediabuzz ซึ่งทำธุรกิจด้าน Affiliate Marketing และการบริหารจัดการ Influencer เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่มีการเติบโตถึง 40%
โดยได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘CREATE’ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางของ KOL และ Influencer เข้ามารับงานกับแบรนด์ได้โดยตรง โดยหลังเปิดตัวเพียง 11 เดือน แพลตฟอร์มสามารถดึงเครือข่าย KOL และ Influencer มาร่วมงานได้มากกว่า 5,000 ราย
ที่น่าจับตาคือในปี 2568 เพียง 9 เดือนหลังเปิดตัว แอปฯ CREATE สามารถสร้างยอดขาย บนแอปฯ ได้มากกว่า 150 ล้านบาท สะท้อนแนวโน้มของ Performance Marketing ที่เน้นผลลัพธ์ด้านการเติบโตอย่างชัดเจน
เป้าหมายต่อไปของ BUZZEBEES คือการดันเทคฯ ไทยให้ไปสู่ระดับสากล ผ่านระบบนิเวศดิจิทัลที่มุ่งเน้น Customer Success เป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมการให้บริการใน 6 ประเทศทั่วอาเซียน เพื่อพาแบรนด์พันธมิตรก้าวสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา