คดีฟ้องบริษัทโซเชียลมีเดียครั้งใหญ่ในศาลลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ กำลังถูกจับตา หลังงานวิจัยภายในของ Meta ตั้งคำถามว่า การที่ผู้ปกครองคอยจำกัดเวลา ตั้งกฎ หรือควบคุมการใช้งานโซเชียล อาจไม่ได้ช่วยลดพฤติกรรมหมกมุ่นของเด็กและวัยรุ่นอย่างที่หลายคนคิด

งานวิจัยนี้ชื่อ ‘Project MYST’ (Meta and Youth Social Emotional Trends) เป็นโครงการที่ Meta ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยชิคาโก สำรวจวัยรุ่น 1,000 คนและผู้ปกครองเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย
ผลสำรวจพบว่า มาตรการอย่างการตั้งเวลา จำกัดการใช้งาน หรือกฎในบ้าน แทบไม่ช่วยให้วัยรุ่นคุมการใช้งานของตัวเองได้ดีขึ้น โดยทั้งผู้ปกครองและวัยรุ่นให้คำตอบไปในทางเดียวกันว่า การดูแลเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การใช้งาน “พอดีขึ้น” อย่างชัดเจน
ประเด็นนี้ถูกหยิบขึ้นมาในศาลโดยทนายฝ่ายโจทก์ ‘มาร์ก ลาเนียร์’ ตัวแทนของเด็กหญิงที่ใช้ชื่อย่อว่า ‘KGM’ หรือ ‘Kaley’ และครอบครัว ซึ่งกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มโซเชียลถูกออกแบบมาให้ดึงดูดการใช้งานต่อเนื่อง จนกระทบสุขภาพจิตของผู้ใช้อายุน้อย เช่น ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปัญหาภาพลักษณ์ร่างกาย ความผิดปกติด้านการกิน การทำร้ายตัวเอง และความคิดฆ่าตัวตาย
คดีนี้มีการยื่นฟ้องหลายบริษัท ทั้ง Meta, YouTube, ByteDance, และ Snap โดย ByteDance ซึ่ง Snap ยอมความไปก่อน ทำให้การพิจารณาคดีตอนนี้โฟกัสที่ Meta และ YouTube
- เบื้องหลังรายได้ครึ่งล้านล้านของ Meta เมื่อเงินจาก ‘สแกม’ กลายเป็นสิ่งที่บริษัทหลบไม่พ้น
- Reuters อ้างอิงเอกสารภายใน Meta ระบุว่า รายได้โฆษณา 10% มาจากโฆษณาหลอกลวงและสินค้าต้องห้าม คาดผู้ใช้อาจเห็นโฆษณาพวกนี้รวมวันละ 1.5 หมื่นล้านครั้ง
- เกมการเมืองใน Meta ซื้อตัว Alexandr Wang หัวหน้า AI เข้ามา ล่าสุดปลดทีมเก่า 600 คน เก็บไว้แต่คนของตัวเอง
ที่มา: TechCrunch, Meta’s Internal Research
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา