“แก่ช้าลง แต่แข็งแรงนานขึ้น” ทำไม Healthspan ถึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลกสุขภาพ

ทุกวันนี้ คนไม่ได้ถามกันแล้วว่า “อยากอายุยืนแค่ไหน” แต่ถามว่า “อยากแข็งแรงได้นานแค่ไหน” เพราะการมีชีวิตยืนยาวคงไม่มีความหมาย หากต้องใช้เวลาช่วงท้ายไปกับความเจ็บป่วย

แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า ‘Healthspan’ หมายถึงช่วงเวลาที่ร่างกายยังแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้นานที่สุด ซึ่งเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการสุขภาพ จนเกิดคำถามเดียวกันว่า สุขภาพยุคใหม่ควรถูกออกแบบอย่างไร

Brand Inside มีโอกาสเข้าร่วมงาน ‘Techsauce Healthspan Festival 2026’ เวทีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่รวมผู้เล่นจากหลายภาคส่วนในระบบนิเวศสุขภาพ ตั้งแต่แพทย์ เทคโนโลยี สตาร์ทอัป ไปจนถึงธุรกิจประกัน มานั่งคุยกันว่า เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ระบบสุขภาพควรเปลี่ยนไปทางไหน

แก่ช้า แข็งแรงนาน เริ่มจากวิถีชีวิต

‘พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวลเนส จากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มองว่า วันนี้คนจำนวนมากไม่อยากใช้ชีวิตช่วงท้ายไปกับการนอนติดเตียง แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจะออกแบบชีวิตอย่างไรให้แก่ช้า และแข็งแรงไปได้นาน

แนวคิดหนึ่งที่วงการแพทย์พูดถึงมานานคือ ‘Blue Zones’ พื้นที่ 5 แห่งทั่วโลก ได้แก่ โอกินาวา อิคาเรีย ซาร์ดิเนีย โลมา ลินดา และนิโคยา พื้นที่เหล่านี้มีประชากรอายุยืนเกิน 100 ปี และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

จุดร่วมสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัยหรือการแพทย์ราคาแพง แต่อยู่ที่วิถีชีวิต ความสัมพันธ์ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว

มุมมองนี้สอดคล้องกับฝั่งธุรกิจเช่นกัน โดย ‘นาเดีย สุทธิกุลพานิช’ รองกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารสายงาน Fuchsia Innovation Centre และ Venture Capital จากเมืองไทยประกันชีวิต มองว่า คนใน Blue Zones อยู่ได้นานเพราะร่างกายยังทำงานได้ดีต่อเนื่อง เป็นผลจากวิถีชีวิต และความสัมพันธ์รอบตัว ไม่ใช่เรื่องโชค หรือเทคโนโลยีล้ำหน้า

งานวิจัยจากอิตาลีช่วยตอกย้ำภาพนี้ เมื่อพบว่าคุณภาพเลือดของผู้สูงอายุบางกลุ่มดีไม่ต่างจากคนหนุ่มสาว ‘วรรณวิพุธ’ อธิบายว่า ความลับไม่ได้อยู่ที่เส้นเลือดใหญ่ที่อาจเสื่อมไปตามวัย แต่อยู่ที่ระบบไหลเวียนเลือดฝอยที่ยังทำหน้าที่เหมือนลำธารเล็กๆ คอยหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ต่อเนื่อง แม้แม่น้ำสายหลักจะเริ่มมีปัญหาไปบ้างแล้ว

สุขภาพยุคใหม่ เขียนด้วยข้อมูลพันธุกรรม

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการตั้งคำถามใหม่กับความเชื่อเดิมเรื่อง ‘พันธุกรรม’ ที่ผ่านมา วงการแพทย์มักมองว่าพันธุกรรมมีผลต่ออายุยืนเพียงราว 20% ที่เหลือเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์

แต่ผลงานวิจัยล่าสุดจากวารสาร Science ระบุว่า หากตัดปัจจัยการตายจากอุบัติเหตุ และโรคติดเชื้อออกไป พันธุกรรมอาจมีผลต่อ Healthspan สูงถึง 50-55%

เทคโนโลยีทำให้ข้อมูลนี้เริ่มนำมาใช้ได้จริง การถอดรหัสพันธุกรรมหรือ genomics ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป จากเดิมที่การตรวจเคยมีราคาสูงถึงหลักล้านดอลลาร์สหรัฐฯ วันนี้เหลือเพียงหลักหมื่น เปิดทางให้การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลเกิดขึ้นในวงกว้าง ตั้งแต่การรู้ว่าแพ้ยาตัวไหน ยาชนิดใดเหมาะกับร่างกายมากที่สุด ไปจนถึงการประเมินอายุชีวภาพที่อาจไม่ตรงกับอายุตามบัตรประชาชน

ในมุมของธุรกิจประกัน ‘นาเดีย’ มองว่า อดีตการใช้ข้อมูล DNA มักถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติ แต่วันนี้มุมมองเริ่มเปลี่ยน ข้อมูลถูกนำมาใช้เพื่อจัดการความเสี่ยง และดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้ได้ผลจริง เป้าหมายไม่ใช่แค่การจ่ายค่าสินไหม แต่คือการทำให้คนเจ็บป่วยน้อยลงตั้งแต่ต้นทาง

ตัวอย่างที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ ‘National Step Challenge’ ของสิงคโปร์ ภาครัฐแจกอุปกรณ์ติดตามการเดินให้ประชาชน และนำข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพไปต่อยอดเป็นแรงจูงใจรูปแบบต่างๆ กรณีนี้สะท้อนว่า ข้อมูลสุขภาพไม่ควรเป็นสิ่งตายตัวที่ตรวจครั้งเดียวแล้วจบ แต่ควรเปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรม และนำไปสู่การลงมือทำจริง

ยุคที่คนไข้หาข้อมูลก่อนเจอหมอ

เมื่อข้อมูลสุขภาพมีบทบาทมากขึ้น ความท้าทายจึงตกอยู่กับแพทย์ในยุคปัจจุบัน คนไข้จำนวนมากมาพร้อมข้อมูลจาก AI อย่าง ‘ChatGPT’ หรือ ‘Gemini’ ตั้งแต่ก่อนเข้าพบแพทย์

‘วรรณวิพุธ’ มองว่านี่ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นสัญญาณว่าบทบาทของแพทย์กำลังเปลี่ยน จากผู้ถือความรู้ฝ่ายเดียว มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยตีความข้อมูล และวางแผนชีวิตให้คนไข้แข็งแรงในระยะยาว

คำถามที่ตามมาคือ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันหรือ ‘preventive care’ จะเพิ่มภาระให้แพทย์หรือไม่ คำตอบคือ ระยะสั้นอาจดูเหมือนภาระเพิ่มขึ้น แต่เป้าหมายระยะยาวคือทำให้คนไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย เทคโนโลยีช่วยจัดกลุ่มความเสี่ยง ทำให้แพทย์ใช้เวลาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่ทำงานหนักกว่าเดิม แต่ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

ท้ายที่สุด โลกสุขภาพกำลังเลิกโฟกัสที่การยืดชีวิตช่วงปลายทางด้วยยาแพงๆ ที่ยืดเวลาได้เพียงไม่กี่เดือน แล้วหันมาลงทุนกับการออกแบบชีวิตตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่ยีน ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี ไปจนถึงระบบเศรษฐศาสตร์สุขภาพ เพราะการมีอายุยืน อาจไม่สำคัญเท่าการได้ใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพจริงๆ

ที่มา: งานแถลงข่าว Healthspan Festival 2026

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา