ZDT ยักษ์แผงวงจรเบอร์หนึ่งโลก ทุ่ม 6.5 หมื่นล้านบาท เลือก ‘ไทย’ ตั้งฐานผลิตนอก ‘จีน-ไต้หวัน’ ครั้งแรก

ประเทศไทยกำลังขยับบทบาทจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไปสู่เวทีของเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างจริงจัง

เมื่อ ‘สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน’ หรือ ‘BOI’ อนุมัติการลงทุนก้อนใหญ่ของบริษัทร่วมทุนระหว่าง ‘Zhen Ding Technology’ หรือ ‘ZDT’ ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 1 ของโลก กับ ‘สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง’ ในนาม ‘เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี ประเทศไทย’ ด้วยเม็ดเงินรวมกว่า 65,000 ล้านบาท

เป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปิดโรงงานใหม่ แต่คือการดันไทยขึ้นมาเป็นฐานผลิต ’แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ความซับซ้อนสูง’ เพื่อป้อนอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน AI และอุปกรณ์ไฮเทคทั่วโลก

‘นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์’ เลขาธิการ BOI อธิบายว่า คณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจจากบอร์ด BOI ได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนโครงการขยายกำลังการผลิตของ ‘เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี ประเทศไทย’ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ‘ZDT’ ที่มีฐานการผลิตหลักใน ‘จีน’ และ ‘ไต้หวัน’ กับ ‘กลุ่มสหพัฒนา’

โดยวางหมากให้ ‘ไทย’ เป็น ‘ฐานผลิต’ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง รองรับอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการพลังประมวลผลมากขึ้นเรื่อยๆ

โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ครอบคลุมการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Multilayer PCB และ Flexible PCB ไปจนถึงแผงวงจรความหนาแน่นสูงที่ใช้ในสมาร์ทโฟน เซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

โครงการแรกได้รับอนุมัติไปตั้งแต่ปี 2566 และเริ่มเดินสายการผลิตแล้วเมื่อเดือนกันยายน ปี 2568 ก่อนที่บริษัทจะเดินหน้าขอส่งเสริมเพิ่มอีก 3 โครงการ ซึ่งได้รับไฟเขียวในรอบล่าสุด ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมทั้ง 4 โครงการพุ่งเกิน 65,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานให้บุคลากรไทยกว่า 5,600 คน

‘ZDT’ ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์โลก ถูกจัดอันดับเป็นผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 มีรายได้ต่อปีมากกว่า 180,000 ล้านบาท และมีพนักงานกว่า 48,000 คนทั่วโลก

การเลือกไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรก และแห่งเดียวนอกเหนือจากจีนและไต้หวัน ก็สะท้อนชัดว่า ไทยเริ่มมีบทบาทบนเวทีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกมากขึ้น ไม่ได้เป็นแค่ฐานรับจ้างผลิตเหมือนในอดีต

นอกจากนี้ บริษัทร่วมทุนในไทยยังโฟกัสเรื่อง ‘คน’ อย่างจริงจัง โดยลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศหลายแห่ง เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

เป้าหมายคือ เพื่อปั้นกำลังคนคุณภาพ และเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

‘นฤตม์’ มองว่า การที่ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 1 ของโลก ตัดสินใจลงทุนในไทยด้วยเม็ดเงินมากกว่า 65,000 ล้านบาท และยังมีแผนขยายต่อเนื่อง เป็นสัญญาณชัดว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘ศูนย์กลางใหม่’ ของอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

โดยคลื่นการลงทุนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ช่วยดันให้ไทยขึ้นเป็นฐานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อันดับ 1 ของอาเซียน และติด 5 อันดับสูงสุดของโลก พร้อมเติมเต็มซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ ยังช่วยสร้างงานคุณภาพ เพิ่มทักษะและองค์ความรู้ให้แรงงานไทย และปูทางให้ประเทศต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิปที่กำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2566-2568 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ การประกอบแผงวงจร และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 214 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมมากกว่า 300,000 ล้านบาท

รวมทั้งโรงงานรายสำคัญหลายแห่งเริ่มทยอยเดินเครื่องแล้วตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา สะท้อนว่าคลื่นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเกิดขึ้นในไทย ไม่ได้มาแค่ชั่วคราว แต่กำลังปั้นโครงสร้างใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศในระยะยาว

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา