‘นมนุ่มมมม’ เมื่อ Auntie Anne’s, นมตรามะลิ และ LINE MAN ผนึกกำลังสร้าง 2 เมนูพิเศษเสิร์ฟทั่วประเทศ

การประกาศแคมเปญ “นมนุ่มมมม” ของ อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s) ร่วมกับ “นมตรามะลิ” และ “LINE MAN” คือภาพสะท้อนของกลยุทธ์การตลาดเชิง Synergy ที่น่าจับตา โดยสามารถมองได้ 3 ประเด็นหลัก

1. The Win-Win-Win Triangle ​ผนึกกำลังที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

  • Auntie Anne’s (The Lifestyle Brand) ในฐานะผู้นำตลาดซอฟท์เพรทเซล โจทย์ของอานตี้ แอนส์ คือการรักษาความสดใหม่และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Gen Z และวัยทำงาน การดึง “นมตรามะลิ” เข้ามา ทำให้ได้วัตถุดิบชั้นดี และยังสร้าง “Nostalgia Marketing” หรือการตลาดที่อิงกับความทรงจำในอดีต มาผสมผสานกับภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของแบรนด์ตัวเอง เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นให้เกิดการทดลอง ขณะเดียวกัน การมี LINE MAN เป็นพันธมิตรเดลิเวอรีแต่เพียงผู้เดียวพร้อมดีลพิเศษ (Delivery Exclusive) คือการการันตีช่องทางการเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัล และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งบนแพลตฟอร์ม
  • นมตรามะลิ (The Heritage Brand) โจทย์ใหญ่ของแบรนด์ระดับตำนาน (Heritage Brand) คือทำอย่างไรให้แบรนด์ยังคงอยู่ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่ การร่วมมือกับอานตี้ แอนส์ ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่มีสาขาทั่วประเทศและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดี ทำให้แบรนด์ดูสดใสและทันสมัยขึ้น การเข้าคู่กับเพรทเซลและเครื่องดื่มโฉมใหม่ ช่วยสร้างภาพการเป็นส่วนผสมในเบเกอรี่และเครื่องดื่มยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
  • LINE MAN (The Delivery Platform) สงครามแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีไม่ได้วัดกันที่ค่าส่งเพียงอย่างเดียว แต่คือการมี “Exclusive Content” ที่หาจากแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้ การได้รับสิทธิ์ในการจัดดีลพิเศษสำหรับเมนู “นมนุ่มมมม” ทำให้ LINE MAN มีแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับแบรนด์ใหญ่ๆ อยู่เสมอ สิ่งนี้ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ของตัวเอง

2. จาก ‘Test & Learn’ สู่ ‘Nationwide Campaign’

แคมเปญนี้เป็นการ “ต่อยอด” จากความสำเร็จของ “มะลิ มิลค์ เพรทเซล บอล” ในปีก่อน ซึ่งเป็นเมนูสำหรับเดลิเวอรีเท่านั้นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

นี่คือตัวอย่างของการใช้กลยุทธ์ Test & Learn ที่ชัดเจน อานตี้ แอนส์ และพันธมิตรไม่ได้กระโดดลงมาสร้างแคมเปญใหญ่ในทันที แต่มีการทดลองตลาดในวงจำกัด (เดลิเวอรี) ก่อน เมื่อเห็นข้อมูล (Data) แล้วว่าผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดี จึงตัดสินใจขยายผล (Scale Up) สู่แคมเปญระดับประเทศ (Nationwide Campaign) ที่ครอบคลุมทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. Omnichannel in Action สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ

ทั้งสามแบรนด์ได้สะท้อนการรวมโลกออนไลน์และออฟไลน์รวมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแคมเปญ “นมนุ่มมมม” ผู้บริโภคสามารถรับรู้แคมเปญผ่านสื่อดิจิทัลของ LINE MAN หรือ Auntie Anne’s จากนั้นตัดสินใจสั่งซื้อผ่านเดลิเวอรี หรือเดินไปซื้อที่หน้าร้าน ก็ได้ประสบการณ์เดียวกัน การมีดีลพิเศษเฉพาะบน LINE MAN ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่

บทสรุป

ความร่วมมือระหว่าง อานตี้ แอนส์, นมตรามะลิ และ LINE MAN ในแคมเปญ “นมนุ่มมมม” คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการตลาดสมัยใหม่ ความสำเร็จของแคมเปญนี้ไม่ได้วัดที่ยอดขายของเมนูใหม่เพียงอย่างเดียว แต่มองไปถึงผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่แต่ละแบรนด์จะได้รับ ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ และการสร้างความภักดีต่อแพลตฟอร์ม ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายระยะยาวที่สำคัญยิ่งกว่า

ส่งท้าย คนที่อยากลอง “นมนุ่มมมม” มี 2 เมนูพิเศษ

  • มะลิโทสต์เพรทเซล – เพรทเซลขนาดพอดีคำสอดไส้ครีมชีสผสมนมข้นหวานตรามะลิ เสิร์ฟพร้อมดิปนมข้นหวาน ละมุน นัวเต็มคำ
  • นมนุ่มคาราเมล – นมสดคาราเมลหอมละมุน ท็อปด้วยโฟมชีส และบุกบราวน์ชูการ์ เคี้ยวนุ่มละลายใจ

พิเศษสุด! พร้อมสร้างความแตกต่างทางกลยุทธ์ด้วย Delivery Exclusive เฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ที่มาพร้อมดีลสุดคุ้ม และโค้ดส่วนลดสำหรับเมนู “นมนุ่มมมม” โดยเฉพาะ ตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่นิยมสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

สัมผัสอร่อยกับเมนู นมนุ่มมมม ได้แล้วตั้งแต่ที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568 ได้ที่ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา