เริ่มเห็นวางขายอยู่ในตู้มากขึ้นเรื่อยๆ และได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ สำหรับน้ำแร่ ‘6ty Degrees’ (อ่านออกเสียงว่า ซิก-ตี้-ดีกรี) ด้วยรูปลักษณ์อินเตอร์ อาจทำให้หลายคนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วน้ำแร่น้องใหม่รายนี้เป็น ‘แบรนด์ไทย’ จากบ่อน้ำแร่ไทยที่เชื่อในศักยภาพของคนไทยว่าจะไประดับโลกได้
Brand Inside คุยกับ ‘รีน่า อุดมคุณธรรม’ ผู้ก่อตั้งบริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด เจ้าของน้ำแร่ 6ty Degrees ถึงจุดเริ่มต้นของน้ำแร่ไทยที่มีเป้าหมายระดับโลก

กำเนิด ‘น้ำแร่’ ไทยจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินของเชียงดาว
‘รีน่า’ เล่าว่า ย้อนกลับไปหลายปีก่อน เธอมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนเชียงใหม่ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทำอยู่ ก่อนบังเอิญได้ไปพบบ่อน้ำพุร้อนใต้ดินในอำเภอเชียงดาว เห็นว่าสะอาดมากและน่าสนใจ เลยตัดสินใจส่งน้ำไปตรวจสอบคุณภาพกับ 3 สถาบันอย่าง SGS ออสเตรเลีย Intertek อังกฤษ และ ALS สวิสเซอร์แลนด์
ก่อนจะพบว่า น้ำมีแร่ธาตุกว่า 16 ชนิดและไม่มีโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ตอนนั้นเองที่คุณพ่อของเธออย่าง ‘มานิต อุดมคุณธรรม’ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะตำนานผู้ก่อตั้งห้างโรบินสันบอกกับเธอว่า “เรามีภาระหน้าที่ในการส่งน้ำที่ดีให้คนไทยได้กิน”
เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ดื่มน้ำประปาและมักจะซื้อน้ำกิน ความตั้งใจของ ‘มานิต’ จึงเป็นถ้าจะต้องซื้อน้ำดื่มก็อยากให้คนไทยได้ดื่มน้ำที่ดี สามารถเข้าถึงน้ำแร่ที่เป็นน้ำด่างได้ โดยไม่ต้องจ่ายราคาสูงขวดละ 40-45 บาท นั่นจึงเป็นต้นกำเนิดของ ‘น้ำดื่ม 6ty’ ที่ตอนนี้วางขายมาได้ 3 ปีแล้ว
ปีนี้ออกสินค้าใหม่ ‘ขวดแก้ว’ พร้อม ‘สปาร์คกลิ้ง’
โดย ‘รีน่า’ เล่าว่า ในปีแรก 6ty เน้นขยายช่องทางจัดจำหน่ายเข้าไปในโมเดิร์นเทรดต่างๆ ส่วนปีต่อมาก็บุกเข้าสู่ตลาดผู้ประกอบการ (HoReCa) และช่องทางออนไลน์มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 ของแบรนด์ก็ตัดสินใจทุ่มเวลาให้กับการวิจัยและพัฒนาสินค้าเพิ่มเติม เพื่อออกสินค้าใหม่ รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในเดือนมีนาคมนี้จึงพร้อมที่จะออกสินค้าใหม่ในรูปแบบ ‘ขวดแก้ว’ ขนาด 720 มิลลิลิตรแบบไม่มีฟอง พร้อมออกสินค้าแบบ ‘มีฟอง’ หรือ สปาร์คกลิ้ง ในเดือนเมษายน เจาะกลุ่มลูกค้า HoReCa ตามที่ตั้งใจไว้ เป็นการเพิ่ม SKU จาก 3 SKU ที่มีอยู่เดิม (ขวดพลาสติกขนาด 350 มิลลิลิตร ขนาด 520 มิลลิลิตร และ 2500 มิลลิลิตร) ไปเป็น 5 SKU
และเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้นจึงได้ไปจับมือกับ ‘ไปรษณีย์ไทย’ เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งน้ำดื่ม 6ty จากบุรุษไปรษณีย์ 25,000 คน และจุดบริการ 50,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมบริการส่งฟรีถึงบ้าน ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงน้ำดื่ม 6ty ได้สะดวกขึ้น
คนไทยรักสุขภาพมากขึ้น ดื่มน้ำเติมน้ำตาลน้อยลง หันหาน้ำมีประโยชน์
ปัจจุบันมูลค่าตลาด ‘น้ำดื่ม’ ในประเทศไทยสูงกว่า 50,000 ล้านบาท แต่มูลค่า ‘น้ำแร่’ คิดเป็นเพียง 10% ของตลาดหรือมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาทเท่านั้น ความพิเศษคือตลาดน้ำดื่มอาจเติบโตเพียง 2% ต่อปี แต่ตลาดน้ำแร่กลับเติบโตมากระหว่าง 12-14% นั่นก็เพราะคนเห็นความสำคัญของการดื่มน้ำแร่มากขึ้น
‘รีน่า’ อธิบายว่า เทรนด์การดูแลสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นว่าคนไทยลดการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลเยอะๆ หรือสารตกแต่งมากๆ ลง เพราะใส่ใจสุขภาพมากขึ้น คนไทยเลยหันกลับมาหาเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ (functional drink) ที่ดื่มแล้วไม่มีผลต่อสุขภาพมากขึ้น
แม้แต่การเลือกดื่มน้ำอิเล็กโทรไลต์หรือน้ำวิตามินเองก็ยังเลือกหย่อนวิตามินลงใน ‘น้ำแร่’ ทำให้น้ำแร่กลายเป็นเบสของน้ำฟังก์ชันนัลประเภทต่างๆ อย่าง 6ty เองก็ได้รับการติดต่อจากหลายๆ บริษัทในหลายแคตากอรี่ให้ไปทำคอลแลบร่วมกันแล้ว นอกจากนั้นก็ยังเห็นเทรนด์เลือกใช้น้ำแร่ไปเป็นเบสมากขึ้นด้วย
กลุ่มเป้าหมายของ 6ty จึงครอบคลุมคนทั่วไปตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ตระหนักรู้เรื่องสุขภาพก็จะเล็งเห็นประโยชน์ของน้ำแร่มากกว่ากลุ่มอื่นๆ
น้ำแร่ไทย คุณภาพสู้ต่างชาติได้ ขาดแค่ปั้นแบรนด์ให้เทียบเท่า
ผู้บริหารของ 6ty ยังบอกอีกว่า หลังเก็บรายได้ 200 กว่าล้านในปีก่อน ปีนี้ 6ty ตั้งเป้าใหญ่กว่าเดิมมากและมองการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ หรือ ‘ตลาดน้ำแร่ระดับโลก’ แล้ว เพราะเชื่อว่าน้ำแร่ไทย แบรนด์ไทยมีศักยภาพมากเพียงพอจะแข่งขันได้ในตลาดโลก
โดยตอนนี้บุกไปวางขายแล้วในตลาดฮ่องกง และกำลังอยูาระหว่างคุยกับค้าปลีกเจ้าใหญ่ในมาเลเซีย สิงคโปร์ และลาว คาดว่าจะสามารถวางขายได้ใน 3 ประเทศภายในปีนี้อย่างแน่นอน
พร้อมกล่าวด้วยความมั่นใจว่า คุณภาพน้ำแร่ไทยไม่แพ้น้ำแร่ระดับโลก เพียงแต่ยังไม่มี ‘แบรนด์’ ที่เทียบเท่า ด้วยเหตุผลนั้น 6ty จึงจะใช้ 10 ปีต่อจากนี้ในการผลักดันน้ำแร่ไทยไประดับโลกให้ได้ พร้อมตั้งเป้ารายได้แตะพันล้านบาทภายใน 5 ปีนับจากนี้
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา