3 เรื่องสำคัญในการลงทุน ปี 2019 ที่คุณต้องรู้จาก BlackRock บริษัทบริหารกองทุนระดับโลก

แนวทางการลงทุนจาก BlackRock บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีสินทรัพย์ในการจัดการอันดับต้นๆ ของโลก ได้แนะนำแนวทางการลงทุนของปีหน้าไว้ 3 เรื่องสำคัญ

ภาพจาก Pixabay

ปี 2018 เป็นอีกปีที่ผลตอบแทนการลงทุนไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก ตลาดหุ้นหลายๆ แห่งให้ผลตอบแทนติดลบ มูลค่าตลาดหรือ Market Cap ของหุ้นโลก หายไปกว่า 6.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นับจากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม อย่างไรก็ดีปีหน้าที่จะถึงอีกไม่กี่อึดใจนี้ การลงทุนย่อมมีความท้าทายมากกว่าเดิม

BlackRock บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรายใหญ่ของโลก ออกมุมมอง 3 ธีมที่คุณต้องรู้ในการลงทุนในปีหน้า ซึ่งมีความท้าทายมากกว่าในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน ฯลฯ

การเจริญเติบโตที่ช้าลง

ทีมนักวิเคราะห์ของ BlackRock มองว่าเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงกำไรของบริษัทเอกชน ในสหรัฐในปีหน้าจะเติบโตได้ลดลง กำไรของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐปีหน้าจะเติบโตเหลือแค่ 9%  แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจขาขึ้นของสหรัฐกำลังจะหมดรอบแล้ว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงในทวีปยุโรปด้วย คาดว่าการเจริญเติบโตที่ช้าลงจะเริ่มแสดงผลในช่วง 1 ปีต่อจากนี้

BlackRock มองว่าสำหรับเศรษฐกิจจีนจะเติบโตลดลงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลจีนได้เน้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นทางนโยบายการเงิน รวมไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ เช่น การสนับสนุนนโยบายต่างๆ การปฏิรูปภาษี ส่วนกำไรของกลุ่มเทคโนโลยีในจีนคาดว่าปีหน้าจะฟื้นตัวได้ด้วย

ส่วนกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets คาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะยังเติบโตอยู่ ทำให้ BlackRock มองว่าทั้งสหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่น่าสนใจในการลงทุน

ภาพจาก Unsplash

นโยบายทางการเงินกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม ส่งสัญญาณว่าหมดยุคดอกเบี้ยถูกอย่างเป็นทางการ BlackRock คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วง 2.5-3.5% เนื่องจากความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังคาดว่าช่วงดอกเบี้ยดังกล่าวจะเหมาะสมกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมไปถึงต้นทุนทางการเงินของบริษัทเอกชนต่างๆ จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5% ซึ่งมากกว่าเทรนด์ดอกเบี้ยระยะยาวเล็กน้อย

นอกจากนี้ BlackRock ยังมองว่า Fed จะเริ่มระมัดระวังในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้นกว่าเดิมในปี 2019 เนื่องจากต้องดูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงความเสี่ยงในด้านต่างๆ ต่างจากในปีนี้ที่ขึ้นดอกเบี้ยทุกไตรมาส

สำหรับนโยบายธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB นั้น BlackRock มองว่าจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกได้หลังจากที่ประธานธนาคารกลาง Mario Draghi ลงจากตำแหน่งประมาณช่วงปลายปี 2019

นโยบายการเงินกำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติ
ภาพจาก Shutterstock

บาลานซ์ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจถดถอย

ประเด็นของเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะกดดันการลงทุนในปีหน้านี้ อย่างไรก็ดี BlackRock มองว่าปีหน้าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยจะมีเพียงแค่ 19% เท่านั้น นอกจากนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แสดงความร้อนแรงนั้นยังถือว่าน้อยมาก รวมไปถึงจุดอ่อนของเสถียรภาพการเงินยังไม่ถือว่ามาก

สำหรับประเด็นการต่อสู้เรื่องเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน BlackRock คาดว่าจะส่งผลกระทบหลังปี 2019 เป็นต้นไป แต่คาดว่าท้ายที่สุดจะมีการเจรจาจนได้

นอกจากนี้ BlackRock แนะนำให้นักลงทุนบาลานซ์ความเสี่ยงกับผลตอบแทนให้ดี นอกจากนี้ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงสินทรัพย์ที่เริ่มมี Upside จำกัด แต่มี Downside มากกว่า เช่น ตราสารหนี้และหุ้นในทวีปยุโรป เป็นต้น

ที่มาBlackRock Blog

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ